Skip to main content

กระเทียมไทย (Garlic)

 กระเทียม (Garlic)



เป็นพืชสมุนไพรและเครื่องเทศชนิดที่นิยมนำมาใช้เป็นส่วนประกอบในอาหารไทย ซึ่งอุดมไปด้วยไฟโตนิวเทรียนท์ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มออร์แกโนซัลเฟอร์ โดยสารที่พบในกระเทียมมากที่สุดคือ สารอัลลิอิน ซึ่งจะถูกเปลี่ยนเป็นสารอัลลิซิน เมื่อกระเทียมถูกทุบหรือสับให้แตก โดยสารนี้อยู่ในน้ำมันหอมระเหยของกระเทียมที่มีสรรพคุณช่วยลดระดับคอเรสเตอรอลในเลือดและลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ

จำแนกโดยอายุเก็บเกี่ยว แบ่งออกเป็น 3 พันธุ์ ได้แก่

พันธุ์เบา อายุเก็บเกี่ยวสั้น 75-90 วัน

พันธุ์กลาง อายุการเก็บเกี่ยว 100-120 วัน เป็นพันธุ์ที่นิยมปลูกมากที่สุด

พันธุ์หนัก อายุการเก็บเกี่ยว 150 วัน ขึ้นไป ไม่เป็นที่นิยมปลูก

จำแนกตามแหล่งที่มาของพันธุ์ อาทิ

กระเทียมจากต่างประเทศ ได้แก่ กระเทียมจีน กระเทียมพม่า กระเทียมศรีสะเกษ

กระเทียมจากภาคกลาง ได้แก่ กระเทียมบางช้าง

กระเทียมจากภาคเหนือ ได้แก่ กระเทียมเชียงใหม่


จำแนกตามฤดูกาลปลูกและเก็บเกี่ยว ซึ่งจะปลูก 2 รุ่นในแต่ละปี ได้แก่

กระเทียมดอ นิยมปลูกก่อนเก็บเกี่ยวข้าวประมาณปลายเดือนตุลาคมถึงต้นพฤศจิกายน และเก็บเกี่ยวผลผลิตกระเทียมเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ นิยมทำกระเทียมดอง

กระเทียมปี นิยมปลูกหลังจากเก็บเกี่ยวข้าวโดยปลูกในช่วงเดือนธันวาคมถึงมกราคม (ฤดูหนาวของภาคเหนือ) และเก็บเกี่ยวผลผลิตกระเทียมเดือนมีนาคมถึงเมษายน

ตัวอย่างพันธุ์กระเทียมไทยที่นิยมปลูกในปัจจุบัน

1. พันธุ์ตาแดง

ประเภท กระเทียมพันธุ์เบา

อายุเก็บเกี่ยวสั้น 75-90 วัน

พื้นที่นิยมปลูก บ้านน้ำดุ๊ก

อ.หล่มสัก

จ.เพชรบูรณ์

ลักษณะหัวพันธุ์ หัวพันธุ์มีสีขาวเหลือง

น้ำหนักหัวพันธุ์เฉลี่ย 15-16 กรัม

2. พันธุ์หยวก

ประเภท เกระเทียมพันธุ์เบา

อายุเก็บเกี่ยวสั้น 75-90 วัน

พื้นที่นิยมปลูก บ้านติ้ว

อ.หล่มสัก

จ.เพชรบูรณ์

ลักษณะหัวพันธุ์ หัวพันธุ์มีสีขาวเหลือง

น้ำหนักหัวพันธุ์เฉลี่ย 7-12 กรัม

มีขนาดเล็กกว่าพันธุ์ตาแดง


3. พันธุ์น้ำปาด

ประเภท เป็นกระเทียมพันธุ์กลางอายุ

การเก็บเกี่ยว 100-120 วัน

พื้นที่นิยมปลูก บ้านใหม่

อ.น้ำปาด

จ.อุตรดิตถ์

ลักษณะหัวพันธุ์ น้ำหนักหัวพันธุ์เฉลี่ยตั้งแต่ 6-20 กรัม

มีขนาดหัวและกลีบใหญ่กว่าพันธุ์กระเทียม

จากเพชรบูรณ์

4. พันธุ์บ้านโฮ่ง

ประเภท กระเทียมพันธุ์กลางอายุ

การเก็บเกี่ยว 100-120 วัน

พื้นที่นิยมปลูก อ.บ้านโฮ่ง

จ.ลำพูน

ลักษณะหัวพันธุ์ กลีบและหัวพันธุ์มีสีม่วงชมพู

น้ำหนักหัวพันธุ์เฉลี่ย 10-13 กรัม


5. พันธุ์ปาย

ประเภท กระเทียมพันธุ์กลางอายุ

การเก็บเกี่ยว 100-120 วัน

พื้นที่นิยมปลูก พื้นที่ปลูกส่วนใหญ่

ติดกับแม่น้ำปาย

อ.ปาย

จ.แม่ฮ่องสอน

ลักษณะหัวพันธุ์ กลีบและหัวพันธุ์มีสีขาวเหลือง ขนาดใหญ่

น้ำหนักหัวพันธุ์เฉลี่ย 12-13 กรัม


คุณค่าทางโภชนเภสัชในกระเทียมดิบ 100 กรัม ประกอบด้วย

รายการ ปริมาณ

พลังงาน              149 กิโลแคลอรี

น้ำ                       58.6 กรัม

โปรทีน               5.6 กรัม

คาร์โบไฮเดรต       6.4 กรัม

ไขมัน                0.5 กรัม

โฟเลท               3.1 ไมโครกรัม

ใยอาหาร                 2.1 กรัม

แคลเซียม        181 มิลลิกรัม

แมกนีเซียม         25 มิลลิกรัม

ฟอสฟอรัส         153 มิลลิกรัม

ธาตุโพแทสเซียม 401 มิลลิกรัม

รายการ ปริมาณ

ธาตุแมงกานีส 1.67 มิลลิกรัม

ธาตุสังกะสี 1.16 มิลลิกรัม

ธาตุซีลีเนียม 14.2 ไมโครกรัม

ธาตุเหล็ก          1.7 มิลลิกรัม

วิตามินเอ  5 ไอยู

วิตามินบี 1 0.2 มิลลิกรัม

วิตามินบี 2 0.11 มิลลิกรัม

วิตามินบี 3 0.7 มิลลิกรัม

วิตามินบี 5 0.59 มิลลิกรัม

วิตามินบี 6 1.23 มิลลิกรัม

วิตามินซี   31.2 มิลลิกรัม

ประโยชน์ของกระเทียมต่อสุขภาพ

ลดระดับไขมันในเลือด

ลดความดันโลหิต

ลดอาการไอและช่วยขับเสมหะ

มีฤทธิ์เป็นยาปฎิชีวนะ ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราบางชนิด

ทำให้เกล็ดเลือดเกาะตัวเป็นลิ่มลดลง ช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น

มีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ

ช่วยเพิ่มภูมิต้านทานโรค

ช่วยทำให้ระบบการย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น

 

ที่มาข้อมูล โดย: https://www.hrdi.or.th/Articles/Detail/31

ดร.จันทร์จิรา รุ่งเจริญ


Comments

Popular posts from this blog

กลิ่นหอมกระเทียมไทย ลูกใหญ่กระเทียมจีน

 กลิ่นหอมกระเทียมไทย ลูกใหญ่กระเทียมจีน ...กระเทียมผักสมุนไพรมากสรรพคุณ... กระเทียมเป็นวัตถุดิบที่ใส่ในอาหารได้ตั้งแต่ต้ม ผัด แกง ทอด กระเทียมมักถูกใช้เป็นตัวสร้างกลิ่นให้กับอาหาร ด้วยลักษณะพิเศษของกระเทียมที่มีกลิ่นหอมนั่นเอง จนหลายคนบอกว่ากระเทียมเป็นพืชที่มีกลิ่นฉุน อาจมีบ้างที่ไม่เป็นที่ชื่นชอบ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ากระเทียมกลายเป็นสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้ในเมนูอาหารไทย เรียกว่าแยกออกจากวิถีการกินของเราแทบไม่ได้เลยทีเดียว แต่สำหรับผู้ที่กินเจก็จะทราบว่าช่วงกินเจนั้น กระเทียมถือเป็นผักมีกลิ่นฉุน 5 ชนิดที่ต้องงดเว้น นอกจากกระเทียมแล้วยังมี หัวหอม กุยช่าย หลักเกียว และใบยาสูบ เพราะผักรสหนักกลิ่นฉุนจะมีผลต่ออารมณ์ของคนกินเจ และชาวจีนยังเชื่อว่าผักเหล่านี้มีพิษทำลายธาตุทั้ง 5 ทำให้ร่างกายทำงานไม่เป็นปกติได้ ความแตกต่างระหว่างกระเทียมไทยและกระเทียมจีน